เมื่อหาทางออกไม่ได้ ก็ต้องหาอะไรมายึดเหนี่ยว

ความเชื่อในเรื่องที่เหนือธรรมชาติ มันเป็นสิ่งที่ตรรกะ อธิบายไม่ได้ หรือบางอย่าง มันเป็นการหลอมรวมของตรรกะ กับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ให้เกิดความเชื่อ มันอยู่ที่มุมมองจะมองมุมไหน แต่จริงๆ สองเรื่องนี้ มันไม่เหมือนกัน และ แยกเป็นสองเรื่อง แต่เมื่อเอามาผสมกัน มันก็กลายเป็นเรื่องใหม่ ที่ไม่รู้จะชี้ชัดไปทางไหน อยู่ที่หลักคิดของแต่ละคน บางคนเชื่อแค่บางเรื่องในสิ่งที่อธิบายไม่ได้ เพราะในคนนั้นอธิบายได้และไม่ได้ในตัวเอง แต่พอมาคุยอีกคนก็เป็นเรื่อง ที่คิดไม่เหมือนกัน มันก็มีถกเถียงกันบ้าง เอาว่า ความเชื่อนั้น มันเป็นความสบายใจของแต่ละคนที่เรียนรู้ด้วยเวลา...

เวลาเราเรียนจากหัวใจ มันไปไวมาก

ตอนเด็กๆ ต้องเรียนหนังสือ มันก็มีคนเรียนเก่งกับคนเรียนไม่เก่ง ส่วนใหญ่เรียนไม่เก่ง แต่ก็อาจจะเล่นกีฬา เล่นดนตรีเก่ง หรือถ้าไม่เก่งพวกนี้ ก็อาจจะเล่นเกมเก่ง สังเกตดีๆ ที่เก่งไม่เก่งเพราะ เราต้องทำ แต่ไม่สนใจหรือเปล่า มันเป็นเงื่อนไขของสังคมหรือเปล่า ที่บังคับให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ได้อยากทำ พาลไปถึงต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ แต่พอ ได้เร่ียนในสิ่งที่ชอบ เราทำกับมันได้เรื่อยๆ อย่าเรียกว่าทุ่มเทเลย เพราะเราสนุกไปกับมัน เราอยากรู้ เราค้นหา เราอยู่กับมันได้ทั้งวันไม่อยากจะนอนเลย เพราะถ้าใจมันชอบ มันทำด้วยหัวใจ...

ความเชื่อใจ จะทำให้เรากล้าทำในสิ่งที่เราไม่รู้

บางคนไม่รู้ ก็เลยไม่ทำ จริงๆว่า เขายังไม่รู้ เลยก็ยังไม่กล้าทำ แต่ถ้าหาก เขาจะ มันจะมีปัจจัยอะไรบ้าง 1 โดนบังคับให้ทำ มันเลยต้องรู้ พวกนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงาน หรือความจำเป็น เพราะถ้าไม่รู้ มันก็จะมีเรื่องที่ไม่ต้องการตามมา เช่น ทำไม่ได้ โดนไล่ออก เรียนไม่ผ่าน ก็ไม่จบซ้ำชั้น 2 โดยศรัทธา ว่ามันต้องเป็นไปได้ พวกนี้จะอยู่เหนือจากกฎข้อแรก พวกนี้เสียสละลุ้นเอง...

ถ้าคิดจะเป็นเสือ ต้องล่า ไม่ใช่แค่มอง แล้วบอกว่าตัวเองเป็นเสือ

หลังๆ เราเรียนรู้จากเสือ จากจอ มากกว่าจากของจริง เพราะเราเข้าถึงข้อมูลได้ ไม่ได้หมายถึงจะเข้าใจว่าจริงๆมันคืออะไร เจอคนจริง กับคนที่ไม่จริง มันก็เกลื่อนกลาด ถ้ามีคนบอกว่าเขาทำได้ เราควรจะเชื่อเขาหรือ หรือเราควรตรวจสอบ รายละเอียดให้ดีก่อน ประสพการณ์มันจะบอกว่าของจริงหรือของปลอม ถ้ามีคนบอกทำได้ อย่าไปเชื่อ แต่ถ้ามีคนทำเลย นั่นสิของจริง RIZtiger

อะไรมาเร็ว ก็ปล่อยให้ไปเร็ว ไม่ต้องสนว่าจริงหรือเท็จ

เดี๋ยวนี้ อะไรมันก็เร็วไปหมด เราเรียกว่า โลกหมุนเร็วขึ้น มันก็มีสิ่งที่ดี เราสามารถหาอะไรหลายๆอย่าง โดนไม่จำเป็นต้องรอ ไม่ต้องค้นคว้าด้วยความยากลำบาก แต่มันก็ต้องมีข้อเสีย คือ ทำให้เราไม่มีความอดทน เพราะทุกอย่างหาได้ง่าย เราก็ไม่จำเป็นต้องรอ ถ้ามีตัวเลือกสิ่งเดียวกัน คนนึงสามารถส่งให้ได้เร็ว อีกคนส่งช้า แน่นอน คนที่ส่งได้เร็วก็ได้ไปก่อน ฉนั้น บางเรื่อง เราไม่ต้องใช้เวลากับมันมาก หากไม่สำคัญที่มันเกี่ยวกับตัวเราแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ จะเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องร้าย...

ถ้าเริ่มด้วยความโลภ ไม่มีความรู้ ก็แววหมดตัวมาละ

พอเราเห็นคนอื่นมา เราก็อยากมี พอเราเห็นคนอื่นได้ เราก็อยากได้ พอเราเห็นคนอื่นใช้ เราก็อยากใช้ อยากมี อยากได้ อยากใช้ ไปหมด แต่ให้รู้นะไม่ยอมรู้ เราอยากเพราะโลภ พอเราไม่รู้ ไม่รู้จริง สิ่งต่างๆที่คนอื่นทำ เราคิดว่ามันง่าย ใครๆก็ทำได้ แล้วก็ลองทำดู ถึงรู้ว่ามันยาก พอมันยาก สิ่งที่เราลงไปแล้ว เสียไปแล้ว ก็มลายหายไป ทั้งเงิน ทั้งแรง...

บางทีความหมายบางอย่างมันลึกเกินกว่าคนทั่วไปเข้าใจ

หลายๆครั้ง ผมฟังคนอื่นพูดไม่รู้เรื่อง เพราะเห็นผู้ใหญ่พูดเรื่องราวเชิงเปรียบเทียบประวัติศาสตร์มากมาย จนเราไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร แต่คู่สนทนาของเขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจกัน และโต้ตอบเช่นเดียวกันด้วยเรื่องราวเชิงเปรียบเทียบประวัติศาสตร์ เราก็สงสัยว่าทำไม ไม่พูดอะไรมาตรงๆ ว่าอยากได้อะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มันจะง่ายกว่าไหม แต่จริงๆ การบอกอะไรตรงๆ มันเป็นความเข้าใจง่ายๆ ที่ไม่ต้องคิด มันเหมาะสำหรับเด็ก หรือพวกคนที่ไม่ต้องการคิด มันก็ดูเหมือน จะเป็นพวกอยู่แนวหน้า หรือระดับล่างๆหน่อย จริงๆแล้วเราควรเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์ได้เขียนเรื่องราว ปัญหา และแนวทางแก้ไขไว้แล้ว...

อะไรที่ผ่านไปแล้ว มันผ่านไปแล้วจริงๆนะ

เรื่องดี หรือเรื่องร้าย ถ้ามันเกิดขึ้นไปแล้ว มันก็จบไปแล้ว แต่มันก็ทำให้ผลของเรื่องที่เกิดไปแล้วยังตามมา ถ้าทำดี แล้วมีคนเห็น ก็จะมีคนสรรเสริญ ถ้าทำไม่ดี แล้วมีคนเห็น ก็จะมีคนสาปแช่ง แต่เราจะไปโทษในสิ่งที่เราทำไม่ได้ เพราะเราเป็นคนทำเอง และมันก็ผ่านมาแล้ว สิ่งที่จะทำให้เรามุ่งต่อไปคือ หากทำผิด ก็แก้ไขปรับปรุง เพื่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป หากทำถูก ก็ต้องรักษามันไว้ ไม่ยึดติด และพัฒนาต่อไป เพราะหลายๆคนมันยังติดกับอะไรที่ผ่านมา มันจะทำให้อนาคตไม่มี ไม่ไปต่อ...

ถ้าทำอะไร ไม่ต้องคิดมาก แค่แก้ไขมัน เท่านั้นเอง

หากถ้าเราทำอะไรผิดพลาดพลั้งเผลอไป เราจะแก้ไขมัน หรือโยนความผิดให้คนอื่น หรือสภาพแวดล้อม จะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ มันก็ผิด และผ่านไปแล้ว มันก็อาจจะยาก สำหรับคนที่ไม่ยอมรับ แต่ถ้าจะผ่านไปให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยผ่านไป มันจะไม่ได้พัฒนาตัวเอง ความผิดย่อมเป็นครูสอนเราได้ ถ้าเรายอมรับมันเป็นครู อ่อนน้อมกับมัน ก็แค่ แก้ไขมัน เท่านั้นเอง จริงๆ ไม่ต้องมีอย่างอื่นเลย ต่อไป จะได้ไม่ผิดซ้ำ RIZwheniwrong

ถึงเราเก่งกว่า ก็ไม่ใช่เราจะดีกว่า

ความสามารถที่มี ต่อให้เราเก่งกว่า ทำอาหารได้อร่อยกว่า แต่ถ้าค้าขายไม่เป็น มันก็แพ้พวกฟาสฟู๊ด เพราะคนที่ขายเป็น เค้ามองภาพได้ครบกว่า รู้ว่าจะเอาใจผู้บริโภคอย่างไร รู้จักสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง รู้จักแบร์น ไม่ใช่่ เอาถูกผิดเข้าว่า มันก็แป๊กได้ทั้งนั้น เลือกที่รักมักที่ชัง มั่นใจตัวเองมากเกินไป ถึงตัวเองทำได้จริงแต่คนเขาหมั่นใส้ ติฉินนินทา ต่อไปจะหาทางเติบโต แตกใหญ่ ย่อมเป็นได้ยาก อย่าคิดว่า ฉันทำอาหารอร่อย ต่อให้อยู่ท้ายซอยในตลาด ก็ต้องมีคนเดินมากิน ยิ่งคนสมัยนี้...