จะบ่นทำไม

จะบ่นทำไม่ ในเมื่อสิ่งต่างๆ มันเกิดขึ้นมาแล้ว ผ่านมาแล้ว กลับไปก็แก้ไขไม่ได้แล้ว ตอนดี ก็พูดถึงแต่อดีต ตอนไม่ดีก็ บ่นกับอดีต อดีตมันเป็นอดีต ผ่านมาแล้ว ทำอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้ คือปัจุบัน และอนาคต ถ้าผิดพลาดผ่านมา รู้ตัวให้ อย่าทำในปัจุบัน คิดแก้ไข และทำสิ่งที่ถูกต้องในอนาคต แต่สำหรับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว อย่าบ่น RIZwhydo

สิ่งที่เกิดแน่นอน คือ เกิดแก่เจ็บตาย

อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด อะไรที่คิดไปเอง มันมักจะไม่เกิด ข่าวร้าย มักมาเร็วเสมอ และเวลามาเร็ว มันจะมากมากด้วย ฉนั้น สิ่งที่มันเกิดแน่นอน มันก็หนีไม่พ้นสัจธรรม เกิดแน่ๆคือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันหลีกหนีไม่พ้น ถ้าหนี มันก็ตามมาอยู่ดี ไม่งั้นก็ต้องหลอกตัวเอง ซึ่งไม่ดีแน่ RIZhappen

คนกลาง ต้องเข้าใจ ทั้ง คนซื้อ และคนขาย

ปกติ ถ้าคุณ เป็นคนขาย คุณต้องเข้าใจคนซื้อ ว่าเขาอยากได้อะไร คิดอะไร ทำอะไร ถึงจะได้เสนอได้โดนใจ แต่ถ้าคุณทำกิจกรรมที่เป็นตัวกลาง ระหว่างคนซื้อและคนขาย ไม่ใช่คุณเอา ผลประโยชน์ของความเข้าใจคนซื้อไปขายให้คนขาย และก็ไม่ใช่ตามใจคนขาย เพื่อจะเอาไปยัดให้คนซื้อ และมันก็ไม่ใช่การ รอมชอมทั้งระหว่างคนซื้อและคนขาย แต่มันคือการต้องเข้าใจ ทั้งคนซื้อ และคนขาย ว่าต้องการอะไร แม้จะมีความไม่เหมือนกัน และความเหมือนกันในบางที ว่าเขาต้องการอะไร เราจะได้ เสนอทั้งคนซื้อและคนขายถูก...

สมัยนี้ โตไม่ยาก แต่ตายง่ายมาก

เมื่อการสื่อสารมันเชื่อมต่อแทบจะทุกส่วนสำหรับคนที่อยากแล้ว เราเห็นคนใช้มือถือ smart phone เป็นเรื่องปกติ ปกติถึงขนาด ชาวบ้านชาวนาก็ใช้กัน มันก็เป็นโอกาส ที่คนมองเห็น ก็สามารถเติบโต ได้เร็ว ขอให้ใช่ ขอให้โดน จะดีจริง หรือสร้างเรื่อง มันก็เป็น word of mouth แพร่เป็น virus แต่ถ้ามันไม่ใช่ มันก็แป๊กเสียยิ่งกว่าแป๊ก ถ้าหลงทาง แล้วใช้เครื่องมือผิด...

หาของจริง ในสังคมปลอมๆ

ยิ่งอยู่รวมๆกัน เรื่องราวที่รับรู้ก็มากมาย และมันมากเกิน จะหาข้อมูลอะไรสักอย่าง ถึงดูน่าเชื่อถือก็ไม่รู้จะจริงไหม โฆษณาแฝงหรือเปล่า ร้ายๆนี่ นั่งเทียน โคมลอยมาเลย จะเอามาอ้างอิง ถ้ามันไม่ใช่ ซวยแน่ๆ มันจะพาให้ความรู้ความเข้าใจเราออกทะเลไป เราเองก็ต้องฉลาด จะดูอ้างอิง มันก็ต้องจากแหล่งเชื่อถือได้ ไม่ใช่เพียงเขาเล่าว่า หรือว่า มันขึ้นอันดับต้นๆในกูเกิ้ล มันอาจจะไม่ใช่ของจริงก็เป็นได้ จะทำอะไรยิ่งโลกหมุนเร็วๆ ต้องคิดให้ทัน พลาดไปจบเห่ RIZreal

ถ้าคนที่สนุกกับงาน กวาดพื้นยังสนุก

งานจะทำให้ดี ต้องมีความชอบในชิ้นงานที่ทำ ไม่ได้ทำให้เสร็จๆ แล้วรีบกลับตามเวลา หรือก่อนเวลา และงานที่ทำ ถึงผลมันจะแตกต่างกันตามหน้าที่ได้รับมอบหมายไว้นั้น มันก็ไม่ได้หมายความคุณค่า ของคนที่ทำจะแตกต่างกัน ถ้าผู้บริหาร ทำงานเช้าชามเย็นชาม จะหาความก้าวหน้าได้อย่างไร หากเจอแม่บ้าน ตั้งใจทำงาน จำได้ว่าทุกคนชอบอะไร ไม่ชอบอะไร บริการอย่างไม่ติดขัดลื่นไหล กวาดพื้นสะอาด สนุกกับงาน จนนานเข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญ หาตัวจับได้ยากยิ่ง ก็ต้องถือว่าเขาเป็นเลิศในสายงานที่ทำ มีคุณค่าอย่างยิ่ง ในสายตามผลแล้ว มันก็ดีกว่าผู้ที่อยู่ระดับสูง...

ไม่ใช่แค่ทำได้ มันต้องทำได้ดีแค่ไหน

จะทำอะไร อย่าสักแต่ว่าทำ แค่ทำได้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นที่ทำ มันมองไม่เห็นความพยายาม ความมุ่งมั่น มันไม่ตกผลึก ไม่แตกฉานที่จะทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันจะเอาดีไม่ได้ มันก็แค่ทำได้ผ่านไป แต่ถ้าทำได้ดี มันต้องวัดว่าดีโดดเด่น ดีจนไม่สามารถเทียบได้ นั่นแหละ ใช่แล้ว แต่ถ้ายัง ก็พยายามต่อ มันก็ไม่ได้มีเวลากำหนด แต่ถ้าได้เมื่อไร ทุกคนจะเข้าใจเอง RIZdo

ถ้าหันซ้ายหันขวาไม่มีใคร ก็ต้องกู

เราทำงานเป็นกลุ่ม มันก็ต้องมีคนที่เสียสละ แบ่งงานกันทำ งานบางอย่าง คนก็แย่งกันทำ บางอย่างมันก็มีความรู้สึกว่า ไม่เป็นเราได้ไหม หรือไม่ก็ เธอสิ เธอสิ แต่ถ้ามัวแต่เกี่ยงกัน มันก็คงไม่ได้เริ่ม มันก็ต้องมีผู้เริ่ม อาจจะมองว่าเป็นผู้บ้าอำนาจ หรือไม่ก็เป็นผู้เสียสละ แต่มันก็ทำให้ก้าวหน้าต่อไป เพราะหันซ้าย หันขวา ไม่มีใคร แปลได้เลย กูก็ต้องก้าวนำ ถ้าถูก มันจะมีคนตามเอง RIZme

รู้อะไรไม่สู้ รู้จักใคร

จะว่าเราฉลาดกว่าคนอื่น แต่พอโลกเชื่อมต่อ แถมมีเครื่องมือค้นหาอย่างกูเกิ้ล มันก็ทำให้ความโดดเด่นที่แตกต่างกันชัดเจนในสมัยก่อนกับสมัยนี้มันแคบมาก เพราะ ไม่รู้ ก็หาความรู้ได้ แต่การที่มีความรู้แล้วเอาไปใช้ มันก็ต้องเอาไปใช้ต่อสังคม เพื่อให้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง หาไม่งั้น มันก็เป็นความรู้ที่แก้ปัญหาสำหรับตัวเอง มันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ หรือไม่มีคนเห็นถึงความยิ่งใหญ่นัก เดี๋ยวนี้คนเก่งๆก็เยอะแยะ แต่ทำไม่ทีคนไม่เก่งแล้ว ก้าวข้ามหัวเราไม่ได้ ก็เพราะ เขารู้จักคน เขารู้จัก เพื่อที่จะไปต่อยอด ไม่ต้องค่อยๆสร้างฐานด้วยตัวเอง ความภูมิใจของแต่ละยุคสมัยนั้นไม่เหมือนกัน เมื่อต้องอยู่เป็นสังคมที่มีความเชื่อมต่ออย่างตอนนี้แล้วนั้น รู้อะไรไม่สู้...

คนที่อ่อนแอ จะไม่มีโอกาสเริ่มใหม่อีกครั้ง

คนเราจะทำอะไร แม้ทำเรื่องเดียวกัน กำลังใจ กับความนึกคิดไม่เหมือนกัน คนที่ไม่กลัวความผิด ก็จะลองเรื่อยๆ ผิดเรื่อยๆ แล้วจะรู้เองว่ามันต้องทำให้ถูกอย่างไร ล้มแล้วก็ลุก ลุกแล้วทำต่อก็มีล้มก็ลุกใหม่ แต่คนที่ร่างกายและจิตใจอ่อนแอ พอล้มปุ๊บ ก็ไม่ลุก โทษโน่นนี่ ดินฟ้าอากาศ สภาพแวดล้อมรอบข้าม มันไม่อะไรดีไปสักอย่างเสียหมด เลิกล้มที่จะทำ แล้วหากไปเริ่มอย่างอื่นใหม่ ก็คงทายได้ว่า เป็นเหมือนเดิม ถ้ามีกำลังใจ ทำไปไม่ต้องกลัวผิด พวกกลัวผิด เขาไม่ยอมทำอะไรหรอก...