ให้โอกาสกับข้อผิดพลาดที่มันเกิดขึ้นได้บ้าง

เป็นเรื่องปกตินะครับ ที่ไม่ว่าตัวเอง ญาติสนิท มิตรสหาย ลูกพี่ลูกน้อง ย่อมมีโอกาสทำผิดพลาดได้ คนอาจจะคิดว่า ห้ามทำผิด ของพวกนี้บางทีมันก็ห้ามกันไม่ได้หรอกครับ เพราะเราไม่รู้ว่า จริงๆแล้วอะไรจะเกิดขึ้น หรือมันจะเป็นเช่นไร แล้วเราจะไปห้ามได้อย่างไร ปากก็สักแต่ว่าพูด แต่ถ้ามันเกิดจริงๆก็ต้องเกิด เหมือนฝนตก เราห้ามฝนไม่ให้ตกไม่ได้ แต่เราสามารถป้องกันตัวเองจากฝนได้ โดยหลายๆวิธีที่ต่างคนต่างมีวิธีแก้ปัญหา หรือป้องกันแตกต่างกัน เช่นกางร่มเดิน เราก็ไม่โดนฝน หรืออยู่ในอาคารสิ่งก่อสร้าง ก็จะหลบการเปียกได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น...

ไม่มีสิ่งใดสำเร็จได้แบบโรยกลีบกุหลาบ โดยปราศจากอุปสรรค

เป็นความเพ้อเจ้อ เพ้อฝันมาก ที่เราคิดอะไรดีแล้วแล้วทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างที่เราคิดเป๊ะๆง่ายดายเหมือนปลอกกล้วย มาเป็นทางโรยกลีบกุหลาบสู่ทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์ คนส่วนมากที่ไม่เคยทำแล้วมีอีโก้ ก็จะมั่นใจมาก ว่าตัวเองทำได้แน่นอน และบางทีก็เถียงกับผู้ใหญ่ผู้มากประสพการณ์ และเมื่อได้ลองทำนั้น เกือบร้อยเปอร์เซน ทำไม่ได้อย่างที่กล่าวอ้างไว้ ถึงจะยอมสิโรราบ กลับมาสู่โลกความจริง เราจะเห็นคนเพ้อเจ้อพวกนี้เยอะ อย่าไปยุ่งมันมาก ปล่อยให้ธรรมชาติจัดสันและลงโทษไปเอง ถ้าเราไปยุ่งกับพวกนี้มาก ดีเสมอตัว แต่ชั่วๆขึ้นมา โทษเราหมด แต่ควรเป็นอุทาหรณ์ให้ตัวเอง ว่า ทำสิ่งใด ถึงแม้คิดดีแล้ว ก็ย่อมเจออุปสรรค...

เราเสียเวลาชีวิตไปกับอะไรบ้าง

เราเสียเวลาชีวิตไปกับอะไรบ้าง ที่เสีย เพราะมันไม่ได้ประโยชน์ การผลัดวันประกันพรุ่ง ก็เป็นการต่อเวลาแบบที่ก็ไม่จำเป็น เพราะบางทีงานมันก็ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่เราอยากให้มันเป็น แต่การเหนื่อยล้าบ่ายเบี่ยงที่จะทำนั้น มันก็ไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น การหลอกตัวเอง เพราะบางที เราต้องการอยู่ใน ความรู้สึกปลอดภัย แต่ภายใต้ความจริงที่โหดร้ายและรุนแรง เราก็ได้แต่หลอกตัวเองไปวันๆว่าไม่มีอะไรหรอก หรืออีกหน่อยก็ดีขึ้นเอง พอวันนึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมันรุนแรงจนหลอกตัวเองไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริงอยู่ดี การทำอะไรที่ไม่ได้คิดไว้ก่อน แล้วหวังว่าจะฟลุ๊กนั้น มันเป็นความคิดที่ไม่มีตรรกะอะไรมารองรับเลย แล้วมันจะเกิดขึ้นจริงๆได้อย่างไร หรือถ้าเกิดขึ้นได้มันก็น้อยเหลือเกิน การเดาแบบเข้าข้างตัวเอง ทำให้เราต้องรอหรือพิสูจน์สิ่งนั้น โดยที่โอกาสมันในโลกความจริงแทบเป็นไปไม่ได้...

จริงๆแล้วเรามีอะไรทำมากกว่า บ่น

นั่งอ่านบทความแล้ว ปีนี้เป็นที่มีคนตกงานเยอะกว่าปีก่อน แต่ ก็บริษัทก็บอกว่า หาคนมาทำงานไม่ได้ ยังต้องการแรงงานอีกจำนวนมาก ข้อความสองข้อความนี้มันตรงกันข้ามกันเลย แล้วมันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมเห็นภาพๆนึง คือ คนเก่งขึ้น แค่คุณภาพของคนมันต่ำลง เราอยู่ในยุคสมัยที่มีตัวช่วยมากมาย แต่ก่อน อาจจะต้องพยายาม เดินไปแต่ละบริษัท เพื่อไปส่งใบสมัครงาน มันดูลำบาก แต่ดูเหมือนคนตกงานน้อยกว่านี้ แต่ตอนนี้ เราสามารถส่งอีเมลไปเพื่อสมัครงาน มันดูง่ายๆ แต่บริษัทเรียกก็ไม่ไป หรือไปแล้วก็ไม่เข้าตาบริษัท แต่ที่แน่ๆ...

อาชีพแปลกๆที่ไม่ใช่เรื่องแปลกของคนสมัยนี้

เดี๋ยวนี้ โลกเราหลุดออกจากกรอบความรู้ที่เราเรียนมาไกลละ มีอะไรไม่รู้ ไม่คิดว่าเป็นอาชีพได้ตั้งเยอะแยะและมากมาย สมัยก่อน มันก็แบ่งไปไม่กี่สาย มีความชัดเจนในวิชาชีพ หลายวิชาชีพต้องสอบวัดความรู้ เช่นแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ พวกนี้ หากไม่ได้มาตราฐาน ย่อมเกิดปัญหาได้ แต่วันนี้ มีวิชาชีพ ที่รัฐบาลยังไม่ได้นิยาม และสามารถควบคุมความมีคุณภาพได้ แต่อาชีพเหล่านี้กับมีผลกระทบโดยตรงกับสังคม สมัยก่อนนักข่าว ต้องมีการสอบวิชาชีพ มีการคำนึงถึงจรรยาบรรณ แต่สมัยนี้ ใครเป็นก็ได้ เพราะสื่อและช่องทางเป็นตัวที่ทำให้เราเข้าถึง หรือไปหาได้มากขึ้น...

agility คือความว่องไว

ทำอะไรสมัยนี้ คิดนานๆ ไม่ได้ เพราะ แค่คิดได้ มันก็รู้สึกจะช้าไปเสียแล้ว อัตราความเร็วถ้าเทียบกับอดีต เทียบกันไม่ได้เลย คนสมัยก่อน คิดอะไรละเอียดๆก่อน ถึงค่อยทำ หรือค่อยลงทุน แต่ถ้าเราคิดเหมือนพ่อแม่เรา หรือปู่ย่าตายายเรา เราคงไม่ทันกิน เพราะทุกอย่างจะวิ่งผ่านเราไปหมด แล้วเราจะบอกว่า รู้งี้ทำไปนานแล้ว ก็ไม่ได้หรอก ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ถ้าโลกนี้ยังหมุนช้าอยู่ ก็ย่อมเป็นเช่นนั้น แต่โลกทุกวันนี้หมุนเร็วมาก อะไรที่เกิดมาปุ๊บ มันก็เริ่มเก่าอย่างเห็นได้ชัดปั๊บ...

บางที ชีวิตมันก็ abstract นิดนึงนะ

บางที เราก็ไม่รู้ตัวเองว่าเป็นยังไง บางที ก็งงๆตัวเอง ไม่ถึงขนาดจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่ก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง เวลาจะอธิบายอะไรมันจะมึนๆนิดนึง มีสาระและหลักการนะ แต่สื่อสารออกไปแล้วจะเบลอๆ ผมเรียกช่วงเวลาที่ผมเป็นแบบนี้ว่ามันเป็น abstract ความรู้สึกที่ very นามธรรม คือ พูดได้ไม่เข้าใจ อธิบายได้แต่ไม่รู้เรื่อง และยังทำออกมาไม่ได้ ชีวิตมีผ่อนสั้น ผ่อนยาว จะเป๊ะทุกวัน มันก็เหนื่อย แต่ทำได้มันก็ดี ถ้ามันจะแปลกไปบ้างสักวันสองวัน ก็ไม่เป็นไร...

สร้างความมีวินัย ที่จับต้องได้

เป็นเรื่องง่ายนะครับเวลาพูดถึง วินัย ในที่นี้ผมหมายถึงวินัยแก่ตนเอง แต่เวลาจะทำ มันรู้สึกไม่ตามแผนการวางไว้ การจะสร้างวินัย แต่พอเจอสิ่งเร้าภายนอกต่างๆ เช่นเพื่อนชวน งานเข้า และสิ่งเร้าภายในจิตใจ เล่น ขี้เกียจ ขอต่อเวลา ผลัดวันประกันพรุ่งอีกสักหน่อย สักนิด มันทำให้วินัยที่เราตั้งใจนั้น มันล้มไป การที่คิดแล้วทำ มันบางที มันเป็นนามธรรมเสียเหลือเกิน คิดง่าย แต่ตอนทำมันก็ไม่ง่าย เพราะเราจินตนาการ ตอนที่จิตใจเราเบี่ยงเบนหรือรุมเร้าไม่ออก ผมขอแนะนำการฝึกวินัย...

ทันเทรน แต่ไม่รู้มันคืออะไร เพื่อ…

มีคนพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ มีคนพูดถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่ยังไม่มีใครคิดเอามาปรับใช้ในชีวิต ที่ทำให้มันงอกเงยขึ้น พอมีสินค้าใหม่ๆทันสมัยออกมา ก็มีกลุ่มคนที่รีบซื้อหามา… มาเพื่ออวด ไม่ได้มาเพื่อใช้ แล้วมันจะได้การยอมรับว่าเป็นคนล้ำนำเทรน ผมว่า เทรนเสียตังก่อนมากกว่า ของบางอย่างเร็วเกินไป มันเสียตังซื้องานทดลอง ของมันยังไม่นิ่ง ไลน์การผลิตยังไม่ลงตัว การรู้ก่อนเป็นสิ่งดี แต่การพูดถึงสิ่งล้ำทันสมัย แล้วไม่รู้ มันก็ไม่ก่อเกิดประโยชน์อะไร สำหรับการตลาดนั้น มันจะสร้างภาพให้คุณเป็นคนดูล้ำสมัย แต่สำหรับการจัดการนั้น มันยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามัน ใช้ได้...

อยากสำเร็จต้องเรียนรู้จากคนที่สำเร็จ

อยากสำเร็จต้องเรียนรู้จากคนที่สำเร็จนั้น แต่เราไม่จำเป็นต้องฟังความสำเร็จของเขาว่าเขาทำได้อย่างไร เพราะเราทำเหมือนเขา เราก็ก้าวข้ามเขาไปไม่ได้ แต่จงฟังเรื่องที่เขาผิดพลาด เพื่อจะได้ระวัง ไม่ก้าวผิดตาม นำความผิดพลาดของคนอื่นมาพัฒนาตัวเอง เพื่อประหยัดเวลาความผิดพลาดที่เรากำลังจะเดินไปเจอ การเริ่มโดยไม่รู้อะไรเลยนั้น มันอาจจะสนุก แต่ก็ทำให้เสียเวลาน่าดู การรู้อะไรก่อน ย่อมได้เปรียบ แต่การรู้อะไรแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร มันก็เสียเวลา อาจจะทำให้เสียเปรียบ ทัศนคติการมอง การเลือก ความละเอียด จำเป็นเสมอ เพราะโชคไม่ได้มาบ่อยๆ และมันมีที่มาที่ไปที่อธิบายได้ จงอธิบายให้ได้ แล้วเราจะรู้...